เลือกโปรแกรม
📘 26 หัวข้อไวยากรณ์ 🇬🇧 English Grammar

สรุป Grammar ภาษาอังกฤษ 26 หัวข้อ

เจาะลึกไวยากรณ์สำคัญครบทั้ง 26 หัวข้อ พร้อมสูตรโครงสร้าง ข้อควรระวัง และตัวอย่างประโยคจริงพร้อมเสียงอ่าน 🔊

1 🍎
คลิกดูสรุปเต็ม →

Countable Nouns

คำนามนับได้

คำนามที่สามารถนับเป็นชิ้น อัน ตัว คน หรือสิ่งของได้ชัดเจน มีทั้งรูปเอกพจน์ (Singular: 1 ชิ้น) และพหูพจน์ (Plural: 2 ชิ้นขึ้นไป)

📐 โครงสร้าง: เอกพจน์: a/an + Noun | พหูพจน์: Noun + -s/-es
"I have a cat and two dogs."
2 💧
คลิกดูสรุปเต็ม →

Uncountable Nouns

คำนามนับไม่ได้

สิ่งที่ไม่สามารถแยกนับเป็นชิ้นๆ ได้ เป็นของเหลว ก๊าซ ผง ของชิ้นเล็กๆ นามธรรม หรือกลุ่มก้อน ถือเป็นรูปเอกพจน์เสมอ

📐 โครงสร้าง: Noun (ไม่เติม -s/es) + กริยาเอกพจน์ (is/was/V-s)
"She gave me some useful advice."
3 🏛️
คลิกดูสรุปเต็ม →

Proper Nouns

คำนามเฉพาะ (ชื่อเฉพาะ)

ชื่อเฉพาะของบุคคล สถานที่ ประเทศ เมือง วัน เดือน ภาษา เทศกาล องค์กร หรือแบรนด์ ต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ (Capital Letter) เสมอ

📐 โครงสร้าง: Capital Letter (ตัวพิมพ์ใหญ่ตัวแรกเสมอ)
"Sarah will fly to Tokyo next Monday."
4 🅰️
คลิกดูสรุปเต็ม →

A / An / The (Articles)

คำนำหน้านาม

คำที่ใช้วางหน้าคำนามเพื่อบอกว่านามนั้นเป็นแบบไม่ชี้เฉพาะ (A/An) หรือชี้เฉพาะเจาะจงที่ทั้งผู้พูดและผู้ฟังรู้กัน (The)

📐 โครงสร้าง: A + เสียงพยัญชนะ | An + เสียงสระ (A, E, I, O, U) | The + นามชี้เฉพาะ
"I saw an elephant at the zoo."
5 👉
คลิกดูสรุปเต็ม →

This / That / These / Those

สรรพนามชี้เฉพาะ (Demonstratives)

คำระบุตำแหน่งของสิ่งของ โดยแบ่งตามระยะใกล้-ไกล และจำนวนเอกพจน์-พหูพจน์

📐 โครงสร้าง: This (นี่/ใกล้/1) | That (นั่น/ไกล/1) | These (เหล่านี้/ใกล้/2+) | Those (เหล่านั้น/ไกล/2+)
"This is my favorite smartphone."
6 🏃
คลิกดูสรุปเต็ม →

Action Verbs

กริยาบอกการกระทำ (Dynamic Verbs)

คำกริยาที่แสดงการเคลื่อนไหว การกระทำทางกายภาพหรือความคิดที่มองเห็นได้ชัดเจน สามารถใช้ได้ทั้งใน Simple Tense และ Continuous Tense (-ing)

📐 โครงสร้าง: Subject + Action Verb (run, write, eat, speak, build)
"The engineer designed a revolutionary engine."
7 🐝
คลิกดูสรุปเต็ม →

Verb to be

กริยาช่วยและแท้ (is, am, are / was, were / been)

กริยาพื้นฐานที่สุดในภาษาอังกฤษ แปลว่า "เป็น, อยู่, คือ" หรือใช้เป็นกริยาช่วยใน Continuous Tense และ Passive Voice

📐 โครงสร้าง: Present: is / am / are | Past: was / were | Perfect: been
"She is an experienced architect."
8 🎨
คลิกดูสรุปเต็ม →

Adjectives

คำคุณศัพท์ (คำขยายนาม)

คำที่ใช้บอกลักษณะ ขนาด สี สัญชาติ คุณภาพ หรือคุณสมบัติของคำนาม เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น

📐 โครงสร้าง: 1. วางหน้า Noun: [Adj + Noun] | 2. วางหลัง Linking Verb: [Linking Verb + Adj]
"He bought a sleek black electric car."
9
คลิกดูสรุปเต็ม →

Adverbs

คำกริยาวิเศษณ์ (คำขยายกริยา/คุณศัพท์/วิเศษณ์)

คำที่ใช้ขยาย Verb (ทำอย่างไร), Adjective (ระดับไหน), หรือ Adverb ด้วยกัน มักลงท้ายด้วย -ly เพื่อบอกความเร็ว ท่าทาง เวลา ความถี่ หรือสถานที่

📐 โครงสร้าง: ส่วนใหญ่: [Adjective + ly] (quick ➔ quickly, careful ➔ carefully)
"He speaks English fluently and confidently."
10 👥
คลิกดูสรุปเต็ม →

Pronouns

คำสรรพนาม (คำใช้แทนนาม)

คำที่ใช้แทนคำนาม เพื่อหลีกเลี่ยงการพูดชื่อคำนามเดิมซ้ำๆ แบ่งตามหน้าที่ในประโยค (ประธาน, กรรม, สรรพนามสะท้อน)

📐 โครงสร้าง: Subject: I, You, He, She, It, We, They | Object: me, you, him, her, it, us, them
"She told him the truth about the agreement."
11 🏷️
คลิกดูสรุปเต็ม →

Possessive Adjectives

คุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ (my, your, his, her, its, our, their)

คำที่วางไว้ **หน้าคำนามเสมอ** เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นเป็นของใคร (ต่างจาก Possessive Pronoun เช่น mine, yours ซึ่งอยู่เดี่ยวๆ)

📐 โครงสร้าง: Possessive Adj + Noun (my/your/his/her/its/our/their + Noun)
"Our team presented their groundbreaking proposal."
12 🔑
คลิกดูสรุปเต็ม →

การใช้ 's หรือ ' แสดงความเป็นเจ้าของ

Possessive Nouns ('s / ')

การใช้เครื่องหมาย Apostrophe (') ร่วมกับ s เพื่อแสดงว่าคำนามคนหรือสัตว์เป็นเจ้าของสิ่งของนั้นๆ

📐 โครงสร้าง: เอกพจน์: Noun + 's | พหูพจน์ลงท้าย s: Noun + ' | พหูพจน์ไม่ลงท้าย s: Noun + 's
"Sarah's presentation impressed all the board members."
13 📍
คลิกดูสรุปเต็ม →

Prepositions of Place

คำบุพบทบอกสถานที่ (in, on, at, under, between...)

คำที่ใช้ระบุตำแหน่ง พิกัด หรือความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ของสิ่งของและสถานที่

📐 โครงสร้าง: in (พื้นที่ปิด/เมือง/ประเทศ) | on (บนพื้นผิว/ถนน) | at (จุดเจาะจง)
"The keynote speaker is waiting at the main entrance."
14
คลิกดูสรุปเต็ม →

Prepositions of Time

คำบุพบทบอกเวลา (in, on, at, during, for, since...)

คำที่ใช้ระบุเวลา วัน เดือน ปี ฤดูกาล หรือช่วงเวลาของเหตุการณ์ โดยมีหลักการจำแบบพีระมิด (ใหญ่ ➔ กลาง ➔ เจาะจง)

📐 โครงสร้าง: in (ช่วงเวลายาว) ➔ on (วัน/วันที่) ➔ at (เวลาเจาะจง)
"The international conference begins at 9:00 AM on Monday."
15 🦸
คลิกดูสรุปเต็ม →

Modal Verbs

กริยาช่วยบอกความสามารถและโอกาส (can, could, must, should...)

กริยาช่วยพิเศษที่ใช้บอกความสามารถ (Ability), ความจำเป็น (Obligation), การอนุญาต (Permission), ข้อเสนอแนะ (Advice) หรือความเป็นไปได้ (Possibility)

📐 โครงสร้าง: Subject + Modal Verb + Base Verb (V.inf ไม่ผัน ไม่เติม s/ed/ing)
"You should consult a specialist before making a decision."
16 📦
คลิกดูสรุปเต็ม →

There is / There are

การบอกว่า "มี..." ในสถานที่หรือเวลาหนึ่ง

โครงสร้างที่ใช้บอกการมีอยู่ของสิ่งของ คน หรือสถานที่ แปลตรงตัวว่า "มี..." โดยผันตามคำนามที่อยู่ด้านหลัง

📐 โครงสร้าง: There is + นามเอกพจน์ / นามนับไม่ได้ | There are + นามพหูพจน์
"There is an urgent email waiting in your inbox."
17 🔄
คลิกดูสรุปเต็ม →

Verb Conjugation

การผันกริยา 3 ช่อง และการผันตามประธาน (Subject-Verb Agreement)

การเปลี่ยนรูปคำกริยาให้สอดคล้องกับประธาน (เอกพจน์/พหูพจน์) และกาลเวลา (ช่อง 1 ปัจจุบัน, ช่อง 2 อดีต, ช่อง 3 Perfect/Passive)

📐 โครงสร้าง: Regular: V + ed | Irregular: เปลี่ยนรูป (go ➔ went ➔ gone)
"He speaks three languages fluently."
18 🔢
คลิกดูสรุปเต็ม →

Some-Any-All-Each-Every

คำบอกปริมาณและจำนวน (Quantifiers & Determiners)

กลุ่มคำบอกปริมาณที่ใช้ระบุจำนวนของคำนาม โดยมีเงื่อนไขการใช้ตามประเภทประโยคและชนิดของคำนาม

📐 โครงสร้าง: Some (บอกเล่า/ยื่นข้อเสนอ) | Any (ปฏิเสธ/คำถาม) | Each/Every + นามเอกพจน์
"We received some positive feedback from our clients."
19 ⚖️
คลิกดูสรุปเต็ม →

Between - Among

ความแตกต่างระหว่าง Between กับ Among

ทั้งสองคำแปลว่า "ระหว่าง / ท่ามกลาง" แต่ใช้กับจำนวนของสิ่งของหรือบุคคลที่แตกต่างกัน

📐 โครงสร้าง: Between = ระหว่าง 2 สิ่ง (หรือเจาะจงชัดเจน) | Among = ท่ามกลาง 3 สิ่งขึ้นไป
"The contract was negotiated directly between the two CEOs."
20 🔀
คลิกดูสรุปเต็ม →

Another - Other

การใช้ Another, Other, Others, The other, The others

กลุ่มคำที่แปลว่า "อื่น / อีกอัน" ซึ่งผันแปรตามจำนวนและความเฉพาะเจาะจง

📐 โครงสร้าง: Another (+นามเอกพจน์ 1 ชิ้น) | Other (+นามพหูพจน์/นับไม่ได้) | Others (สรรพนามพหูพจน์)
"Could I please have another glass of cold water?"
21 📅
คลิกดูสรุปเต็ม →

Everyday - Every day

ความแตกต่างระหว่าง Everyday (เขียนติด) กับ Every day (เขียนแยก)

สองคำนี้ออกเสียงเหมือนกันแต่ทำหน้าที่คนละส่วนของประโยค (Part of Speech)

📐 โครงสร้าง: Everyday (ติดกัน) = Adjective (ธรรมดา/ประจำวัน) | Every day (เว้นวรรค) = Adverb (ทุกๆ วัน)
"Critical thinking is an essential skill for everyday life."
22 💰
คลิกดูสรุปเต็ม →

Much-Many / How much-How many

การบอกปริมาณและถามจำนวน/ราคา

คำบอกปริมาณ "มาก" และคำถาม "เท่าไหร่/มากแค่ไหน" โดยแยกตามชนิดคำนามนับได้และนับไม่ได้

📐 โครงสร้าง: Many / How many + นามนับได้พหูพจน์ | Much / How much + นามนับไม่ได้
"How many participants registered for the online seminar?"
23 📈
คลิกดูสรุปเต็ม →

เปรียบเทียบ Comparative

การเปรียบเทียบขั้นกว่า (Comparative Degree)

การเปรียบเทียบคุณลักษณะของสิ่งของ 2 สิ่งว่า สิ่งหนึ่ง "มากกว่า, สวยกว่า, เร็วกว่า, ถูกกว่า" อีกสิ่งหนึ่ง

📐 โครงสร้าง: คำสั้น: [Adj + -er + than] | คำยาว: [more + Adj + than]
"Electric vehicles are significantly quieter than diesel trucks."
24 🏆
คลิกดูสรุปเต็ม →

เปรียบเทียบ Superlative

การเปรียบเทียบขั้นสุด (Superlative Degree)

การเปรียบเทียบสิ่งของตั้งแต่ 3 สิ่งขึ้นไป เพื่อบอกว่าสิ่งนั้น "ที่สุด" (เร็วที่สุด, แพงที่สุด, สวยที่สุด, ดีที่สุด)

📐 โครงสร้าง: คำสั้น: [the + Adj + -est] | คำยาว: [the most + Adj]
"Mount Everest is the highest mountain on Earth."
25 🛡️
คลิกดูสรุปเต็ม →

Passive Voice

ประโยคกรรมวาจก (ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ)

โครงสร้างประโยคที่เน้นที่ "ผู้ถูกกระทำ" หรือ "ผลลัพธ์ของการกระทำ" มากกว่าผู้กระทำ หรือในกรณีที่ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ

📐 โครงสร้าง: Subject (ผู้ถูกกระทำ) + Verb to be (ผันตาม Tense) + V.3 (Past Participle) [+ by ผู้กระทำ]
"The international agreement was signed by world leaders yesterday."
26 🌿
คลิกดูสรุปเต็ม →

If-clause (Conditional Sentences)

ประโยคเงื่อนไขและสมมุติ (Type 0, 1, 2, 3)

ประโยคที่ประกอบด้วย 2 ส่วน คือประโยคเงื่อนไข (If-clause) และประโยคผลลัพธ์ (Main clause) เพื่อบอกความเป็นจริง การคาดการณ์ หรือการสมมุติ

📐 โครงสร้าง: Type 0 (จริงเสมอ) | Type 1 (อนาคตเป็นไปได้) | Type 2 (สมมุติตรงข้ามปัจจุบัน) | Type 3 (เสียดายในอดีต)
"If we implement sustainable practices today, future generations will thrive."